5 กลยุทธ์ Blocktrade ทำกำไรในตลาดขาขึ้นและขาลง (EP.2)

กลยุทธ์ที่ 2 “Swing Trade”

ในโลกของการเทรด ไม่ใช่ทุกคนจะมีเวลานั่งเฝ้าหน้าจอตลอดทั้งวัน บางคนอยากเล่นตามเทรนด์แต่ก็ไม่อยาก “วิ่งตามราคา” — นี่แหละคือ จุดเริ่มต้นของกลยุทธ์ที่ 2 อย่าง “Swing Trade” กลยุทธ์ที่เน้นจับจังหวะพักตัวของเทรนด์ เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการบริหารเวลาได้ดี และยังอยากเกาะขบวนหลักของตลาดแบบไม่ต้องเหนื่อยเกินไป

Swing Trade คือ การเล่นตามรอบของแนวโน้มหลัก (Main Trend) โดยการเข้า Long หรือ Short ที่จุดเริ่ม "พักตัว" ของเทรนด์นั้น

Swing Trade คือ การเล่นตามรอบของแนวโน้มหลัก (Main Trend) เราตามเทรนด์ แต่จะไม่ไล่ราคาและจะไม่สวนเทรนด์ แต่เราจะรอจังหวะ “พักตัว” ของเทรนด์นั้น ท่านี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเฝ้าจอทั้งวัน แต่พร้อมถือสถานะข้ามคืน (ประมาณ 2-10 วัน) เพื่อกินคำกลาง (ไม่ซื้อถูกสุด ไม่ขายแพงสุด) โดยเทรนด์แบ่งเป็น

  • ขาขึ้น (Uptrend): ตลาดยังเป็นขาขึ้น (ทำ High ใหม่, Low ใหม่ที่สูงขึ้น) อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรขึ้นเป็นเส้นตรง มันต้องมีจังหวะ “ย่อ” (Dip / Pullback) เพื่อให้คนขายทำกำไร (Profit Taking) ดังนั้น สาย Swing จะรอจังหวะย่อนี้ แล้ว “เข้า Long” ณ จุดที่การย่อเริ่มหมดแรง (คนขายหมดของ) 
  • ขาลง (Downtrend): ตลาดเป็นขาลง แต่เมื่อมีจังหวะ “เด้ง” (Rebound / Rally) เพื่อเปิดโอกาสให้คนซื้อสวน (Bottom Fishing) เช่นเดียวกับ Uptrend  สาย Swing  จะรอจังหวะเด้งนี้ แล้ว “เข้า Short” ณ จุดที่การเด้งเริ่มหมดแรง (คนซื้อหมดแรง) เพื่อเกาะ ขบวนขาลงรอบใหม่
ดูแนวโน้มหลักโดยการใช้ "เส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average)" ที่ยาว เช่น EMA 50 วัน หรือ EMA 200 วัน หากราคาสามารถยืนเหนือเส้น EMA 50/200 ได้ แปลว่า "แนวโน้มหลัก" ยังเป็น "ขาขึ้น" กลับกัน ถ้าอยู่ใต้เส้นก็ถือว่าเป็นขาลง เมื่อเรารู้เทรนด์หลัก เช่น ขาขึ้น เราจะรอให้มันย่อลงมาหา "แนวรับย่อย" (Dynamic Support) โดยใช้ Fibonacci Retracement  และเส้น EMA ย่อย

วิธีดูแนวโน้มหลัก

ใช้ “เส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average)” ที่ยาว เช่น EMA 50 วัน หรือ EMA 200 วัน ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือเส้น EMA 50/200 ได้ แปลว่า “แนวโน้มหลัก” ยังเป็น “ขาขึ้น” กลับกัน ถ้าอยู่ใต้เส้นก็ถือว่าเป็นขาลง

วิธีหาจุดย่อ/เด้ง (The Entry Zone)

เมื่อเรารู้เทรนด์หลัก เช่น ขาขึ้น เราจะรอให้มันย่อลงมาหา “แนวรับย่อย” (Dynamic Support) เครื่องมือยอดนิยม เช่น

  • Fibonacci Retracement: ตีเส้น Fibo จาก “จุดต่ำสุด” (Swing Low) ไป “จุดสูงสุด” (Swing High) ของรอบล่าสุด แล้วรอซื้อ Long ที่ “แนวรับ” Fibo 38.2%, 50%, หรือ 61.8% (แนว 50%-61.8% มักจะเป็นแนวที่ “แข็ง” ที่สุด)
  • เส้น EMA ย่อย: ในเทรนด์ขาขึ้นที่ “แข็งแกร่ง” (Strong Uptrend) ราคามักจะย่อลงมาแตะแค่เส้น EMA 10 วัน หรือ 20 วัน แล้วไปต่อ

วิธีหาสัญญาณเข้า (Entry Signal)

รอให้มันย่อหรือเด้งมาถึงแนว (Zone) ที่เรารอ แล้วรอสัญญาณ “กลับตัว” ณ แนวนั้น (เช่น แท่งเทียนเขียวกลืนกินแท่งแดง (Engulfing), หรือเกิด Hammer, หรือเกิด Morning Star) ค่อย Action สัญญาณ

ข้อผิดพลาด (The Pitfall)

– การยื่นมือไปรับมีด (ย่อแล้วราคาหลุดเลย): นี่คือผลลัพธ์ที่เจ็บปวด เมื่อคุณคิดว่ามัน “ย่อ” (Pullback) แต่ความจริงคือมัน “จบเทรนด์” (Reversal) แล้ว 

เช่น สมมติว่าคุณ Long ที่แนว Fibo 50% แต่เกิดเหตุการณ์ที่นอกจากราคามันจะไม่เด้ง มันดันหลุดแนว Fibo 61.8% ลงไป และถ้าหากคุณ “ไม่มี Stop Loss” มันก็คือการรับมีดดี ๆ นี่เอง

– ต้นทุนแฝง (The Silent Cost): สำหรับ Blocktrade เมื่อมีการถือข้ามวันจะมี “ดอกเบี้ย” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าคุณเจอจังหวะย่อแล้วไม่วิ่ง (Sideways ออกข้าง 1 สัปดาห์) อาจทำให้คุณขาดทุนจากดอกเบี้ยไปฟรี ๆ ทุกวัน แม้ราคาหุ้นจะไม่ตกเลยก็ตาม! ดังนั้น เวลาคือ “ศัตรูตัวจริง” ของสาย Swing

จำไว้เสมอว่า — “การสวนเทรนด์ไม่ผิด แต่การสวนโดยไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนคือหายนะ” หากคุณใช้เครื่องมือทางเทคนิคอย่าง Divergence, Chart Pattern หรือ Volume Analysis อย่างมีวินัย กลยุทธ์นี้อาจกลายเป็นอาวุธลับที่เหนือชั้นในโลกของ Blocktrade

อยากเข้าใจ Blocktrade แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง?

เรียนรู้ฟรี! แบบมือโปร ด้วยบทความและวีดีโอที่อธิบายแบบเห็นภาพ เข้าใจง่าย

แชร์ความรู้ เทคนิค และเคล็ดลับที่ใช้ได้จริง

โปรโมชั่น

แจกฟรี! Ebook tfex 101

Blocktrade จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป! เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เปิดพอร์ตวันนี้ รับฟรี eBook ‘TFEX 101’ Part: Blocktrade ตัวช่วยให้มือใหม่เข้าใจการเทรดมากขึ้น