Blocktrade คืออะไร? ทำไมมือโปรถึงใช้สินค้านี้ทำกำไร

บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกตั้งแต่ ความหมาย วิธีทำงาน ข้อดี-ข้อเสีย ตัวอย่างการลงทุนจริง และคำแนะนำสำหรับมือใหม่เพื่อให้คุณเข้าใจว่า Blocktrade เหมาะกับตัวคุณหรือไม่

Blocktrade  คือการซื้อขายสัญญา SSF โดยมีความพิเศษตรงที่สามารถรองรับธุรกรรมในปริมาณมากได้ ไม่สูญเสียสภาพคล่อง

Blocktrade คืออะไร?

Blocktrade  คือการซื้อขายสัญญาแบบจับคู่ในลักษณะเดียวกับสัญญา SSF โดยมีความพิเศษตรงที่สามารถรองรับธุรกรรมในปริมาณมากได้ โดยไม่สูญเสียสภาพคล่อง และอ้างอิงราคาตามตลาดเหมือนเดิม แต่ก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจกลไกการทำงานของ Blocktrade  ขออธิบายต้นกำเนิดของเครื่องมือนี้ก่อนเล็กน้อย

Single Stock Futures (SSF) คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ที่อ้างอิงกับราคาหุ้นรายตัวที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งรายชื่อหุ้นอ้างอิงสามารถติดตามได้จากตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือตลาด TFEX ซึ่งคัดจากความนิยมของหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายสูง ซึ่งการซื้อขาย SSF 1 สัญญาจะเทียบเท่ากับการซื้อหุ้น 1,000 หุ้น ทำให้การเคลื่อนไหวของราคา SSF ทุกๆ 1 บาท จะมีมูลค่าเท่ากับ 1,000 บาท

อย่างไรก็ตาม การซื้อขาย SSF โดยทั่วไปมักมีสภาพคล่องที่ไม่เพียงพอสำหรับรองรับธุรกรรมขนาดใหญ่ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่เป็นรายย่อยที่ตั้งราคาซื้อขายกันเอง ทำให้การจับคู่สัญญาจำนวนมากทำได้ยาก ส่งผลให้เกิดปัญหา bid–ask spread กว้าง ต้นทุนการเทรดสูง และ market makers ตั้งราคาได้ยากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ราคาที่คลาดเคลื่อนและได้ราคาเปิดหรือราคาปิดที่ไม่เหมาะสม

ด้วยเหตุนี้ Blocktrade  จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหา โดยทำหน้าที่จับคู่สัญญา SSF ให้แก่นักลงทุน โดยให้นักลงทุนวางเงินเพียงบางส่วน และบริษัทหลักทรัพย์จะทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาฝ่ายตรงข้ามให้กับนักลงทุน ทั้งนี้นักลงทุนต้องถือสัญญา SSF ตามจำนวนขั้นต่ำที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด วิธีนี้จะช่วยให้ธุรกรรมขนาดใหญ่ไม่กระทบสภาพคล่องและไม่ทำให้ราคาหุ้นอ้างอิงผันผวนจนเกินไป ด้วยประโยชน์และความสะดวกสบายของการทำทุรกรรมที่มากขึ้น จึงเป็นปริมาณการทำสัญญา SSF ผ่าน Blocktrade  เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แล้วในกรณีที่นักลงทุนทำกำไรได้ บริษัทหลักทรัพย์จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากมีการปิดความเสี่ยงด้วยการเข้าซื้อหุ้นจริงบนกระดานในปริมาณที่เท่ากัน บริษัทหลักทรัพย์จึงเป็นเพียงตัวกลางในการทำหน้าที่จับคู่สัญญาเท่านั้น แต่เนื่องจากการปิดความเสี่ยงมีต้นทุน บริษัทหลักทรัพย์จึงจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าเพื่อมาถัวความเสี่ยงในส่วนนี้

Blocktrade  มักใช้กับการทำธุรรกรรมในปริมาณมาก จึงเหมาะกับนักลงทุนรายใหญ่ เช่น ผู้ลงทุนสถาบัน กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และบุคคลผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) ที่ต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้การทำธุรกรรมส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ในกระดานและสามารถดำเนินการซื้อขายปริมาณมากได้อย่างทันท่วงทีและมีความแน่นอน หรอเหมาะกับนักลงทุนมืออาชีพที่มีความรู้ความเข้าใจและสามรถรับความเสี่ยงของการลงทุนใน TFEX และ Blocktrade ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ Blocktrade ยังเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการถัวความเสี่ยงหรือเก็งกำไรในระยะสั้นเช่นกัน

พูดง่าย ๆ คือ หากคุณอยากซื้อหรือขาย SSF จำนวนมาก แต่ตลาดไม่มีคู่สัญญา โบรกเกอร์จะเข้ามาช่วยเป็นคู่สัญญาให้ ทำให้สามารถเปิดสถานะได้ทันที

วิธีการทำงานของ Blocktrade เบื้องต้นมีดังนี้ เลือกหุ้นอ้างอิงที่ทำ Blocktrade ได้ จากนั้นติดต่อ โบรกเกอร์ โบรกเกอร์จะเข้ามาเป็นคู่สัญญาให้ และนักลงทุนต้องเลือกเปิดสถานะ Long หรือ Short นอกจากนี้ยังต้องมีการวางหลักประกัน Margin
และโบรกเกอร์จะคิดค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยตามสัญญา ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริการ Blocktrade

วิธีการทำงานของ Blocktrade

  1. เลือกหุ้นอ้างอิงที่ทำ Blocktrade ได้
    นักลงทุนเลือกหุ้นที่ต้องการทำ Blocktrade เช่น AOT, PTT, ADVANC เป็นต้น
  2. โบรกเกอร์เข้ามาเป็นคู่สัญญา
    โบรกเกอร์ช่วยให้การทำธุรกรรมซื้อขาย Blocktrade เกิดขึ้นทันที แม้ตลาดไม่มีคู่สัญญาพร้อม
  3. วางหลักประกัน Margin
    นักลงทุนวางเงินหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) ประมาณ 10-20% ของมูลค่าหุ้นจริงที่ต้องการเปิดสถานะ
  4. เปิดสถานะ Long หรือ Short
  • Long = มองว่าราคาหุ้นจะขึ้น
  • Short = มองว่าราคาหุ้นจะลง
  1. นักลงทุนถือสัญญา SSF
    นักลงทุนถือสัญญาตามจำนวนที่ต้องการ เพื่อเก็งกำไร หรือ ป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้น
  2. ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และดอกเบี้ย
    โบรกเกอร์คิดค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยตามสัญญา ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริการ Blocktrade
  3. ปิดสถานะ
    นักลงทุนสามารถปิดสัญญาเมื่อไรก็ได้ หรือทำการ Roll over ไปซีรีส์ถัดไปก็ได้เช่นกัน
ข้อดีของ Blocktrade
1.  เพิ่มสภาพคล่อง โดยไม่ต้องรอคู่สัญญา
2. ใช้เงินทุนน้อย แต่ควบคุมพอร์ตใหญ่ได้ (Leverage)
3. ยืดหยุ่นตามกลยุทธ์ เทรดได้ทั้งขาขึ้น – ขาลง

ข้อดีของ Blocktrade

  1. เพิ่มสภาพคล่อง โดยไม่ต้องรอคู่สัญญา
    เวลาลงทุนใน TFEX ปกติถ้าไม่มีคนมาซื้อ-ขายจับคู่กัน ออเดอร์ของเราอาจจะค้างอยู่ แต่ถ้าใช้ Blocktrade โบรกเกอร์จะเข้ามาช่วยเปิดสถานะให้เลยทันที ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะเทรดไม่ได้เพราะไม่มีสภาพคล่อง
  2. ใช้เงินทุนน้อย แต่ควบคุมพอร์ตใหญ่ได้ (Leverage)
    นักลงทุนสามารถใช้เงินแค่บางส่วน แต่ควบคุมมูลค่าการลงทุนที่ใหญ่กว่าทุนจริงหลายเท่าได้ เหมาะกับคนที่ต้องการผลตอบแทนเร็ว หรืออยากขยายโอกาสจากเงินต้นที่มีจำกัด
  3. ยืดหยุ่นตามกลยุทธ์ เทรดได้ทั้งขาขึ้น – ขาลง
    ไม่ว่าตลาดจะวิ่งขึ้นหรือลง Blocktrade ก็ยังเป็นเครื่องมือที่ใช้การได้ทุกสภาวะตลาด → ถ้าเชื่อว่าหุ้นจะขึ้น ก็เปิด Long แต่ถ้าคาดว่าจะลง ก็เปิด Short ได้ทันที แถมยังประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือ ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้ด้วย เช่น ถ้ามีพอร์ตหุ้นอยู่แล้ว แต่อยากกันความเสี่ยงขาลง ก็ใช้ Blocktrade มาช่วยบาลานซ์ได้

ทำไมต้องป้องกันความเสี่ยง?

เพราะตลาดหุ้นมันไม่ได้มีแต่ช่วงขาขึ้น บางทีข่าวลบ เศรษฐกิจผันผวน หรือแม้แต่เรื่องการเมืองก็ทำให้ราคาหุ้นตกได้ การที่เราถือหุ้นจริงไว้ ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็อาจขาดทุนหนัก แต่ถ้าใช้ Blocktrade เข้ามาช่วย เราจะสามารถ “ลดแรงกระแทก” ของพอร์ตได้

  1. ได้รับความนิยมสูงในหมู่นักลงทุนไทย
    ปัจจุบัน Blocktrade กลายเป็นเครื่องมือยอดฮิตในตลาด TFEX ไปแล้ว ข้อมูลบ่งชี้ว่า มากกว่า 90% ของ Single Stock Futures (SSF) มีการซื้อขายผ่าน Blocktrade หมายความว่า มันไม่ใช่ของใหม่ หรือซับซ้อนเกินไป แต่เป็นสิ่งที่ “นักลงทุนส่วนใหญ่” ใช้กันจริง

ความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจก่อนลงทุน Blocktrade 

  1. Leverage สูง – เนื่องจาก Blocktrade มีจุดเด่นคือสามารถใช้ Leverage ควบคุมมูลค่าการลงทุนที่สูงกว่าทุนจริงได้ แม้คุณใส่เงินเพียงเล็กน้อย แต่การกำไรขาดทุนก็จะขยายตามมูลค่าการลงทุน ดังนั้น การจัดสัดส่วนเงินลงทุนและการตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เป็นสิ่งจำเป็น
  2. ดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมจากโบรกเกอร์ – การถือสัญญานานอาจทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายมากกว่ากำไรที่ได้ หรือการซื้อขายสัญญาบ่อยครั้งจะทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่อสัญญา
  3. ความผันผวนของหุ้นแม่ – เมื่อราคาหุ้นแม่แกว่งตัวแรงอาจทำให้มีคามผันผวนของผลกำไรขาดทุนในการทำ Blocktrade ได้เช่นกัน
  4. สภาพคล่องในตลาดจริง – หากไม่มีคู่สัญญาเพียงพอจนขาดสภาพคล่อง ราคาที่ได้จริงอาจแตกต่างกับราคาบน Blocktrade

จากความเสี่ยงดังกล่าวนักลงทุนจึงควรทราบว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้มากแค่ใหนเพื่อจำกัดสัดส่วนเงินลงทุนให้เหมาะสมและตั้งจุดตัดขาดทุนก่อนเพื่อศึกษาพฤติกรรมราคาและวิธีการทำงานของตลาด เช่น การแกว่งตัวของหุ้นแม่ ผลกระทบจากข่าว รวมถึงค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยโบรกเกอร์ ซึ่งอาจทดลองในกระดานจำลองการลงทุนก่อน แล้วจึงค่อยขยายการลงทุนในกระดานจริงโดยมี Blocktrade เป็นเครื่องมือสร้างผลตอบแทนแบบทวีคูณเมื่อเข้าใจกลไกของตลาดมากขึ้น

นักลงทุนที่เหมาะกับ Block Trade ได้แก่
นักลงทุนมืออาชีพ คนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง และนักลงทุนที่ต้องการเครื่องมือเสริม

ใครเหมาะกับ Block Trade

  • นักลงทุนมืออาชีพ → ควรเข้าใจในความเสี่ยง รู้จักผลิตภัณฑ์และการใช้งานเครื่องมือทางการเงินอย่าง TFEX และ Blocktrade ได้เป็นอย่างดี
  • คนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง → เพราะ Blocktrade มีโอกาสทำกำไรเร็วแต่ก็สามารถขาดทุนเร็วเช่นกัน
  • นักลงทุนที่ต้องการเครื่องมือเสริม → สามารถใช้ Blocktrade เพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตหุ้นหรือเก็งกำไรระยะสั้น

สำหรับมือใหม่ เริ่มจากจุดเล็ก ๆ และเรียนรู้ทีละขั้น

แม้ Blocktrade จะฟังดูซับซ้อน แต่มือใหม่ก็สามารถเริ่มได้แบบปลอดภัย ด้วยหลักการแสนง่าย ดังนี้

  • ลงทุนจากเงินจำนวนเล็ก ๆ ก่อน
    เริ่มต้นด้วยจำนวนสัญญาน้อย ๆ เช่น 20-100 สัญญา เพื่อทดลองดูพฤติกรรมราคาและวิธีทำงานของตลาด
  • ศึกษาและทดลองเทรด
    ใช้เวลาเรียนรู้กลไกตลาด เช่น การแกว่งตัวของหุ้นแม่ ผลกระทบจากข่าว รวมถึงค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยโบรกเกอร์
  • ค่อยขยายการลงทุนเมื่อเข้าใจตลาด
    เมื่อเห็นภาพและมั่นใจในกลยุทธ์แล้ว ค่อยเพิ่มจำนวนสัญญาและใช้ Blocktrade เป็นเครื่องมือเสริมสร้างผลตอบแทน

สรุป – Blocktrade คืออะไร และทำไมมือโปรใช้

Blocktrade คือ การซื้อขาย SSF ที่มีการกำหนดจำนวนสัญญาขั้นต่ำ โดยมีโบรกเกอร์เป็นคู่สัญญา ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่อง เปิดโอกาสทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง

ข้อดี: ใช้เงินลงทุนน้อยเมื่อเทียบกับซื้อหุ้นจริง, สภาพคล่องสูง และสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรและป้องกันความเสี่ยงได้
ข้อเสีย/ความเสี่ยง: มี Leverage สูง, มีดอกเบี้ย และราคาหุ้นอาจมีความผันผวน

คำถามสำคัญก่อเริ่มเทรด Blocktrade:

  1. รับความเสี่ยงสูงได้ไหม?
  2. เข้าใจอนุพันธ์และการจัดการความเสี่ยงแล้วหรือยัง?
  3. ตั้งใจใช้เพื่อเก็งกำไรหรือป้องกันพอร์ต?

ถ้าคำตอบคือ “ใช่” Blocktrade อาจช่วยเพิ่มศักยภาพการลงทุน แต่หากยังใหม่ ควรเรียนรู้และฝึกฝนก่อนเนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง

อยากเข้าใจ Blocktrade แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง?

เรียนรู้ฟรี! แบบมือโปร ด้วยบทความและวีดีโอที่อธิบายแบบเห็นภาพ เข้าใจง่าย

แชร์ความรู้ เทคนิค และเคล็ดลับที่ใช้ได้จริง

โปรโมชั่น

แจกฟรี! Ebook tfex 101

Blocktrade จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป! เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เปิดพอร์ตวันนี้ รับฟรี eBook ‘TFEX 101’ Part: Blocktrade ตัวช่วยให้มือใหม่เข้าใจการเทรดมากขึ้น