5 กลยุทธ์ Blocktrade ทำกำไรในตลาดขาขึ้นและขาลง (EP.1)

กลยุทธ์ที่ 1 “Breakout Trading”

หลังจากที่คุณมี “อาวุธ” (คือบัญชี Blocktrade) และมี “เกราะ” (คือการบริหารความเสี่ยง หรือ Money Management) แล้ว แต่สิ่งที่คนเรามักจากขาดคือ “ท่าโจมตี” หรือ “กลยุทธ์” (Strategy)

มือใหม่ 90% ที่ “พอร์ตเสียหายหนัก” (พอร์ตแตก) ใน Blocktrade ไม่ได้เจ๊งเพราะเลือกหุ้นผิด แต่เจ๊งเพราะพวกเขา “ไม่มีกลยุทธ์” ต่างหาก ถึงแม้ว่าการมีกลยุทธ์ Blocktrade ที่ชัดเจน ไม่ได้การันตีว่าคุณจะชนะทุกครั้ง แต่มันจะช่วยให้คุณรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร จะขาดทุนเท่าไรเมื่อผิดทาง และจะกำไรเท่าไรเมื่อถูกทาง

บทความนี้ จะพาไปเจาะลึก 5 กลยุทธ์ Blocktrade ที่เป็นรากฐานที่สุดไม่ว่า คุณจะเป็นสาย Day Trade (เทรดจบในวัน) หรือ Swing Trade (ถือข้ามคืน) ซึ่งคุณต้องเลือกหนึ่งในนี้เป็น “ท่าไม้ตาย” ประจำตัว

“แผนการเทรด” (The Trading Plan) กฎเหล็กที่ต้องทำก่อน

แผนการเทรดคือ รายละเอียดที่คุณต้องเขียนออกมาก่อนที่คุณจะกดส่งคำสั่ง

ทำไมต้องเขียน? เพราะวินาทีที่คุณเข้าเทรด อารมณ์ความโลภ ความกลัวจะครอบงำสมองส่วนเหตุผลทันที ดังนั้น แผนการเทรดที่เขียนไว้จะทำให้คุณไม่ทำอะไรที่บานปลาย (เช่น “ถัว” หรือ “ถือจนเสียเงินต้นทั้งหมด”)

แผนการเทรด 1 ไม้ ต้องตอบ 5 คำถามนี้ให้ได้ก่อนเสมอ:

  1. จะเปิด Position ฝั่งใหน ในหุ้นตัวใด? (เช่น Long/Short AOTZ25)
  2. ใช้กลยุทธ์อะไร? (เช่น Breakout)
  3. จุดเข้า (Entry) อยู่ที่ราคาเท่าไหร่? (เช่น 50.00 บาท)
  4. จุดหนี (Stop Loss) อยู่ที่ราคาเท่าไหร่? (เช่น 45.00 บาท) 
  5. จุดทำกำไร (Take Profit) อยู่ที่ราคาเท่าไหร่? (เช่น 55.00 บาท) 

เมื่อคุณสามารถตอบ 5 ข้อนี้ได้ คุณถึงจะสามารถคำนวณ Position Sizing (ประมาณ 2%) ว่า คุณควรเทรดจำนวนกี่หุ้น เช่น (ลงทุน 5% ของพอร์ต) / (ความเสี่ยง 5 บาท) = จำนวนหุ้น แต่ถ้าคุณตอบ 5 ข้อนี้ยังไม่ได้ คุณก็ยังไม่ควรเทรด

กลยุทธ์ที่ 1: Breakout Trading (สายตามน้ำ / สายเบรกแนวต้าน หรือ แนวรับ) 

กลยุทธ์ที่ 1: Breakout Trading (สายตามน้ำ / สายเบรก)

กลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์สุดคลาสสิก ซึ่ง Breakout ก็คือ การที่ราคาทะลุกรอบที่อั้นมาเป็นเวลานาน (แนวต้าน หรือ แนวรับ) 

  •  ฝั่ง Long (ทะลุแนวต้าน): แนวต้านคือ “เพดาน” ที่คนขายสร้างไว้ หากราคาสามารถทะลุกำแพงนี้ได้ แปลว่า คนขายยอมแพ้ (Short Cover) และคนซื้อชนะ ขณะเดียวกัน มันคือจุดที่ “คนตกรถ” (Fear of Missing Out; FOMO) กระโดดเข้าไล่ราคา ทำให้แรงซื้อมหาศาลพุ่งเข้ามาพร้อมกัน
  •  ฝั่ง Short (หลุดแนวรับ): แนวรับคือ “พื้น” ที่คนซื้อสร้างไว้ เมื่อราคาหลุดพื้นนี้ลงไป เช่นเดียวกันมันคือจุดที่คนซื้อถอดใจยอมคัท และคนขายชนะ ขณะเดียวกัน มันคือจุดที่ “คนติดดอย” (ที่ซื้อไว้ก่อนหน้า) ยอมคัท (Panic Sell) ผลคือ แรงขายมหาศาลจะถล่มลงมาพร้อมกัน
วิธีดูแนวรับ/แนวต้านที่มีนัยสำคัญ ได้แก่ เมื่อแนวนั้นถูกทดสอบอย่างน้อย 2-3 ครั้งแล้ว "ไม่ผ่าน" จากนั้นดูแท่งเทียนที่ปิด (Close) ทะลุเส้นนั้นไปเต็ม ๆ แท่ง (Solid Candle) ก่อน ประกอบกับการดู Volume เพราะถ้าราคาทะลุแต่ไม่มี Volume มีความเป็นไปได้ว่า 90% คือ "การเบรกหลอก" จึงควรมี Stop Loss เพื่อป้องกันการ Break หลอก

วิธีดูแนวรับ/แนวต้านที่มีนัยสำคัญ (Valid) 

  • แนวรับ/แนวต้านที่มีนัยสำคัญ: แนวที่ราคาถูกทดสอบหลาย ๆ ครั้ง (อย่างน้อย 2-3 ครั้ง) แล้ว “ไม่ผ่าน” ยิ่งทดสอบบ่อยแปลว่า ยิ่ง “แข็งแกร่ง” (แปลว่ามีคนรอขาย หรือรอซื้อที่แนวนั้นเยอะจริง) และเมื่อมัน “ทะลุ” หรือ “หลุด” มันก็จะยิ่งแรง
  • สัญญาณยืนยัน (Confirmation): อย่าเพิ่งรีบเข้าตอนที่มันเพิ่ง “แตะ” เส้น ให้รอดูแท่งเทียนที่ปิด (Close) ทะลุเส้นนั้นไปเต็ม ๆ แท่ง (Solid Candle) ก่อน และที่สำคัญที่สุด Volume จะต้อง “พุ่ง” สูงกว่าปกติ ถ้าราคาทะลุแต่ไม่มี Volume มีความเป็นไปได้ว่า 90% คือ “การเบรกหลอก”
  • ข้อผิดพลาด (The Pitfall): เบรกหลอก (False Breakout) คือ ตัวบ่อนทำลายของสาย Breakout มันคือการที่ราคาทะลุแนวต้านไป ล่อ ให้คุณ Long ตาม แล้วมันก็กลับลงมาที่ 49.50 ทันที กิน Stop Loss ของคุณ แล้วค่อย “วิ่งจริง” หรือ “ไม่วิ่งเลย” 
  • วิธีแก้ (ไม่ใช่ป้องกัน): คุณป้องกันเบรกหลอก 100% ไม่ได้ เพราะมันคือ ค่าใช้จ่ายของกลยุทธ์นี้ แต่คุณจัดการมันได้ด้วย “Stop Loss ที่มีวินัย” เช่น แผนของคุณคือ Long ที่ 50  Stop loss ที่ 49 ถ้ามันหลอกแล้วลงกลับมากิน Stop Loss ที่ 49 คุณ “ต้องคัท” เพราะถือว่าคุณแพ้ไม้นี้ (เสีย 2%) แล้วค่อยรอสัญญาณครั้งต่อไป

ตัวอย่างง่าย ๆ

กรณี Long: หุ้น A วิ่งชนแนวต้าน 50 บาท มาประมาณ 3 ครั้งแล้วไม่ผ่าน แต่ในครั้งที่ 4 มันทะลุขึ้นไปปิดที่ 50.50 บาท พร้อม Volume ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 วัน นี่คือ “สัญญาณเข้า Long” ที่แข็งแกร่งมาก (โดยอาจตั้ง Stop Loss ไว้ใต้แนวราคา 50 ที่เพิ่งทะลุมา)

กรณี Short: หุ้น B วิ่งลงมาที่แนวรับ 100 บาท มา 2 ครั้งแล้วเด้งกลับ ซึ่งในครั้งที่ 3 หุ้นกลับหลุดลงไปปิดที่ 99.00 บาท พร้อม Volume ขายมหาศาล นี่คือ “สัญญาณเข้า Short”

อยากเข้าใจ Blocktrade แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง?

เรียนรู้ฟรี! แบบมือโปร ด้วยบทความและวีดีโอที่อธิบายแบบเห็นภาพ เข้าใจง่าย

แชร์ความรู้ เทคนิค และเคล็ดลับที่ใช้ได้จริง

โปรโมชั่น

แจกฟรี! Ebook tfex 101

Blocktrade จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป! เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เปิดพอร์ตวันนี้ รับฟรี eBook ‘TFEX 101’ Part: Blocktrade ตัวช่วยให้มือใหม่เข้าใจการเทรดมากขึ้น